บริการส่งทั่วไทยทุกที่ ด้วยความรวดเร็ว ไลน์ไอดี goldroof โทร.081-862-6168

เว็บไซต์นี้ได้รับเครื่องหมาย DBD รับรองความน่าเชื่อถือจากกระทรวงพาณิชย์

ท่านที่ต้องการผลิตภัณฑ์ กรุณาติดต่อเว็บมาสเตอร์ ตามที่อยู่ด้านล่างสุด

ผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน ที่ขายดีทั้งหมด

ค้นหาผลิตภัณฑ์กิฟฟารีนค้นหาผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน

ไฟโตสเตอรอล แคปซูล 735.00

กิฟฟารีน ไฟโตสเตอรอล แคปซูล ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไฟโตสเตอรอล ชนิดแคปซูล ตรากิฟฟาริน ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณใน 1 แคปซูล : ไฟโตสเตอรอล เอสเทอร์ 650 มิลลิกรัม

วิธีใช้ : รับประทาน : ครั้งละ 1 แคปซูล วันละ 2ครั้ง พร้อมอาหาร

รหัสสินค้า 40115
ปริมาณสุทธิ : 60.00 แคปซูล
น้ำหนักรวม : 105 กรัม
ราคาสมาชิก735.00
ราคาเต็ม980.00
พีวี735.00

ไฟโตสเตอรอลแคปซูล
Giffarine Phytosterol Capsule


ความคิดเห็นที่ 1 จาก : Webmaster
ไฟโตสเตอรอล (Phytosterols)

ไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) เป็นสารพฤษเคมีที่คล้ายคอเลสเตอรอล แต่เป็นสารที่มีประโยชน์ ไฟโตสเตอรอล พบในธัญพืช เช่น ถั่ว น้ำมันพืช (น้ำมันรำข้าว น้ำมันข้าวโพด น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันงา) งา จมูกข้าว รำข้าว ไข่แดง ตับ กุ้ง ปู เป็นต้น เหล่านี้คือ กลุ่มของอาหารที่พบว่ามี ไฟโตสเตอรอล มาก โดยเฉพาะในน้ำมันรำข้าว พบว่ามีมากถึง 919 มิลลิกรัมต่อ 100 กรัม รองลงมาก็จะพบมากใน น้ำมันข้าวโพด และกลุ่มของน้ำมันพืชต่างๆ

ไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) มี 2 ประเภทใหญ่ คือ
สเตอรอล(Sterol) และสตานอล(Stanols) ไฟโตสเตอรอล อาจเรียกว่า plant sterol เป็นสเตอรอล (sterol) ที่ผลิตโดยพืช เช่น ซิโตสเตอรอล (sitosterol) และสติกมาสเตอรอล (stigmasterol) โดยสเตอรอล จะพบได้น้อยในธรรมชาติ โดยพบ 0.1-0.5 เปอร์เซ็ต จากน้ำมันร่างกายควรได้รับไฟโตสเตอรอล จากธรรมชาติ 150-450 มิลลิกรัมต่อวัน

ในผู้ที่รับประทานมังสวิรัติ อาจได้รับไฟโตสเตอรอลจากอาหารสูงถึง 700 มิลลิกรัมต่อวัน พบว่าผู้รับประทานมังสวิรัติ และชาวญี่ปุ่นจะได้รับสเตอรอล จากอาหาร 300-500 มิลลิกรัม ในขณะที่อาหารตะวันตก มีสเตอรอลเพียง 100-300 มิลลิกรัม และสตานอล 20-50 มิลลิกรัมต่อวัน

ประโยชน์ของไฟโตสเตอรอล
ลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว(LDL) และการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยสเตอรอลและสตานอล จะเข้ายับยั้งการดูดซึม ควบคุมปริมาณการละลายและการย่อยคอเลสเตอรอลในลำไส้ โดยมีกลไกการออกฤทธิ์ คือ เข้าแข่งขันการดูดซึมกับคอเลสเตอรอล ทำให้คอเลสเตอรอลถูกดูดซึมไม่ได้ จึงใช้เป็นสารลดคอเลสเตอรอลไฟโตสเตอรอล นิยมผสมลงในอาหาร จะช่วยลดคอเลสเตอรอล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพบว่าสตานอล มีประสิทธิภาพในการลดคอเลสเตอรอล ดีกว่าสเตอรอลผลจากการวิจัย

โครงการให้การศึกษาเกี่ยวกับคอเลสเตอรอลแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา แนะนำว่า การรับประทานไฟโตสเตอรอล เพียงวันละ 2 กรัม ก็สามารถลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว(LDL) ได้การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีสเตอรอล 1,600 มิลลิกรัมต่อวัน สามารถลดไตรกลีเซอไรด์ลงได้ 14% ภายใน 6 สัปดาห์จากการทดสอบในประชากรกลุ่มใหญ่ 4,500 คน พบว่าการรับประทานไฟโตสเตอรอลวันละ 2.15 กรัม ช่วยลดคอเลสเตอรอล 8.8% ได้อย่างมีนัยสำคัญในอาสาสมัครสุขภาพดี 26 คน หลังจากรับประทานไฟโตสเตอรอลวันละ 5-10 กรัมติดต่อกัน 2 สัปดาห์ สามารถลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว(LDL) ได้ 27%สเตอรอลและสตานอล ลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว(LDL) ได้ 5-15% ต้านไขมันอุดตันหลอดเลือด ต้านอนุมูลอิสระ และมะเร็ง จึงดีต่อผู้สูงอายุปริมาณการรับประทาน หน่วยงานด้าน ความปลอดภัยทางอาหารแห่งยุโรป (The European Foods Safety Authority: EFSA) รายงานว่า การรับประทานสเตอรอลจากพืช 1.5- 2.4 กรัม สามารถลดคอเลสเตอรอลได้ 7-10.5 เปอเซ็นต์ ภายใน 2-3 สัปดาห์ เมื่อคอเลสเตอรอล ลดลงก็ส่งผลต่อการลดโรคหลอดเลือดหัวใจ

สำนักงานคณะกรรมอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ให้การรับรองสเตอรอลเอสเทอร์ 0.65 กรัม รับประทานวันละ 2 ครั้ง พร้อมอาหาร สามารถลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ และให้การรับรองสตานอลเอสเทอร์ 1.7 กรัม รับประทานวันละ 2 ครั้งพร้อมอาหาร สามารถลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจได้เช่นกัน หากรับประทานอาหารอาหารซึ่งมี ไฟโตสเตอรอล 1-3 กรัม จะลดคอเลสเตอรอลได้ อย่างมีนัยสำคัญ 5-15 เปอร์เซ็นต์

ไฟโตสเตอรอล ในผู้ป่วยที่ใช้ยาสเตติน ไฟโตสเตอรอล 2.5 กรัมต่อวัน ร่วมกับการใช้ยาสเตตินสามารถลดคอเลสเตอรอล ได้ 0.34 มิลลิโมลต่อลิตร ซึ่งตรงการศึกษาทางระบาดวิทยา ที่แสดงว่า ไฟโตสเตอรอล ลดคอเลสเตอรอลได้ 9.18-17.34 เปอร์เซ็นต์ ในผู้ใช้ยาสเตติน จึงดีต่อผู้ใช้ยาสเตติน เพราะผู้ที่ใช้ยาไม่ ต้องเพิ่มปริมาณยาสเตตินความปลอดภัย

ไฟโตสเตอรอล มีประวัติการใช้มายาวนาน และไม่ปรากฏผลข้างเคียง หน่วยงานด้านความปลอดภัย ทางอาหารของสหรัฐอเมริกา ได้รับรองความปลอดภัย และคณะกรรมการวิทยาศาสตร์กลุ่มยุโรป (The European Union Scientific Committee) ให้การรับรองความปลอดภัยไฟโตสเตอรอลทั้งนี้ การที่ไฟโตสเตอรอล ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอล อาจมีผลต่อการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน รวมทั้งกลุ่มแคโรทีน ซึ่งทางคณะกรรมการวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับอาหารในกลุ่มยุโรป ได้แนะนำ ให้รับประทานผักและผลไม้ ที่อุดมด้วยแคโรทีนและวิตามินที่ละลายในไขมันเพิ่ม

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: คู่มืออาหารเสริม, ดร.เริงฤทธิ์ สัปปพันธ์
วันเวลา : 2017-07-03 15:47:21 ไอพี : 180.183.156.19

ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาโทร. 081-862-6168 ระหว่างเวลา 08.00-22.00น.

กรุณาเก็บเว็บไซต์นี้เอาไว้ที่ Add to favorite หรือ Bookmark

กรุณาบอกต่อเพื่อนของท่านด้วย คลิกที่ + เพื่อดูสื่อออนไลน์ทั้งหมดครับ