บริการส่งทั่วไทยทุกที่ ด้วยความรวดเร็ว ไลน์ไอดี goldroof โทร.081-862-6168

เว็บไซต์นี้ได้รับเครื่องหมาย DBD รับรองความน่าเชื่อถือจากกระทรวงพาณิชย์

ท่านที่ต้องการผลิตภัณฑ์ กรุณาติดต่อเว็บมาสเตอร์ ตามที่อยู่ด้านล่างสุด

ผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน ที่ขายดีทั้งหมด

ค้นหาผลิตภัณฑ์กิฟฟารีนค้นหาผลิตภัณฑ์กิฟฟารีน

เกรป ซี อี สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 285.00

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 50 มก. ผสมวิตามินซี, อี, เบต้าแคโรทีน และซีลีเนียม ชนิดแคปซูล ตรา กิฟฟารีน ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณใน 1 แคปซูล : สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 50 มก. วิตามินซี 50 มก. เบต้า – แคโรทีน 30 มก. วิตามินอี 30 มก. ซีลีเนียม 7 มก.

วิธีใช้ : รับประทาน : รับประทานกันละ 1 แคปซูล พร้อมอาหาร

รหัสสินค้า 41005
ปริมาณสุทธิ : 30.00 แคปซูล
น้ำหนักรวม : 45 กรัม
ราคาสมาชิก285.00
ราคาเต็ม380.00
พีวี285.00

เกรปซีอี
Grape CE Grape Seed Extract


ความคิดเห็นที่ 1 จาก : Webmaster






วันเวลา : 2017-03-15 18:46:57 ไอพี : 183.89.185.248

ความคิดเห็นที่ 2 จาก : Webmaster
เกรปซีอี กิฟฟารีน สารสกัดจากเมล็ดองุ่น Grape C-E

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract)

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรงกว่าวิตามินซี 20 เท่าและแรงกว่าวิตามินอี 50 เท่า ช่วยต่อต้านการทำลายเส้นใย คอลลาเจน และอีลาสตินในผิวหนังที่เกิดจากอนุมูลอิสระ เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเป็นโครงสร้างหลักในผิว ทำหน้าที่ค้ำจุนและให้ความยืดหยุ่น หากถูกทำลายไปก็จะเกิดรอยเหี่ยวย่นที่มองเห็นได้ชัดเจน ส่วนเซลล์ผิวหนังในชั้นหนังกำพร้า (ชั้นนอกสุด) หากถูกทำลายจะปรากฏรอยแห้งกร้าน สารสกัดจากเมล็ดองุ่นจึงช่วยรักษาความกระชับ เต่งตึงของผิว ขณะเดียวกันก็ป้องกันริ้วรอยหยาบกร้านได้ นอกจากนี้ในผู้ที่มีปัญหาฝ้า หรือสีผิวไม่สม่ำเสมอ สารสกัดจากเมล็ดองุ่นจะสามารถช่วยลดความเข้มของสีผิวบริเวณที่ดำคล้ำลง จึงทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใส

คุณสมบัติอื่น ๆ ที่จะช่วยดูแลสุขภาพร่างกาย เช่น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และเพิ่มความแข็งแรงให้กับหลอดเลือดจึงช่วยป้องกันโรคหัวใจ บรรเทาอาการมือและเท้าชา รักษาเส้นเลือดขอด ชะลอความเสื่อมของโรคจอประสาทตาเสื่อมและโรคต้อกระจก

คุณสมบัติทั่วไปของสารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract)
◦เป็น Super antioxidant สามารถจับกับอนุมูลอิสระได้ดี ต้านอนุมูลอิสระได้ทุกรูปแบบ และจำนวนมาก
◦ถูกดูดซึมจากกระเพาะอาหาร และลำไล้เล็กเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วภายใน 20-30 นาที จากนั้นจึงกระจายไปสู่อวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ และยังคงอยู่ภายในร่างกายได้นาน (half life 7 ชม.)
◦สามารถรวมตัวได้ดีกับคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบของผิวหนัง หลอดเลือดและอวัยวะต่างๆ จึงทำให้เซลผิวหนังแข็งแรง ไม่เหี่ยวย่น หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นดี ไม่เปราะหรือแตกง่าย
◦สามารถผ่านแนวกั้นสมอง (blood brain barrier)ได้ จึงป้องกันสมองมิให้เสียหายจากอนุมูลอิสระ คุณสมบัติเด่นนี้ทำให้เป็น antioxidant ที่ต่างจากชนิดอื่น ๆ
◦ทำงานร่วมกับวิตามินซีในการทำให้คอลลาเจนทั่วร่างกายแข็งแรงขึ้น และยังช่วยป้องกันการสูญเสียวิตามินซีและอี
มีสารสำคัญกลุ่มไบโอฟลาโวนอยด์ OPC (Oligomeric Proanthocyanidins) ที่มีคุณสมบัติจับกับอนุมูลอิสระที่คอยทำลายเซลล์ผนังหลอดเลือด เพิ่มความแข็งแรงให้กับคอลลาเจน และยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจน บริเวณหลอดเลือด ได้แก่ เอนไซม์ คอลลาจิเนส (Colleganase) ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) อีลาสเตส (Elastase) ซึ่งจะส่งผลให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง ป้องกันการเป็นเส้นเลือดขอดได้ และแก้ไขปัญหาเส้นเลือดขอดระยะเริ่มต้น (Spider web

สารสกัดจากเมล็ดองุ่นป้องกันความชราได้จริงหรือ

“ความชรา” มัจจุราชเงียบที่แฝงอยู่ในตัวเราอย่างที่เราไม่รู้เนื้อรู้ตัว เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากพานพบ แต่จะทำอย่างไรได้ เพราะเป็นวัฏจักรความเสื่อมของร่างกายตามธรรมชาติที่พกพาเอาโรคต่างๆ ตามมาด้วย เช่น เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ ปวดข้อ ปวดเข่า นอนไม่หลับ ต้อกระจก โรคอ้วน ฯลฯ

สาเหตุของความชราที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบ คือ “ฟรีแรดดิคอล” (Free Radical) หรือ “อนุมูลอิสระ” ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาขณะที่เรามีชีวิตจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน (oxidation) คล้ายๆ กับการเกิดสนิมในเนื้อเหล็ก หรือการที่ปอกแอปเปิลทิ้งไว้ในอากาศ แล้วพบว่าเนื้อแอปเปิลจะมีสีดำ แต่ถ้าแช่แอปเปิลที่ปอกแล้วในน้ำมะนาวก็จะไม่ดำ เนื่องจากวิตามินซีในน้ำมะนาวเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ หรือ “แอนตี้ออกซิแดนท์” นั่นเอง

สารก่ออนุมูลอิสระที่มีผลต่อร่างการเรามีอยู่ทั่วไป ทั้งในน้ำ อากาศ อาหาร ฝุ่น ควัน หรือแม้แต่แสงแดด สารเคมี ผงซักฟอก ซึ่ง ดร.เจฟรีย์ แบลนด์ (Jeffery Bland) นักเคมีและนักโภชนศาสตร์ พบว่า ผลกระทบที่เกิดจากอนุมูลอิสระทำให้เกิดโรคกว่า 60 ชนิด คือ โรคภูมิแพ้ ปวดข้อ ข้อเข่าเสื่อม ต้อกระจก เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันอุดตันในหลอดเลือด โรคหัวใจขาดเลือด ต่อมลูกหมากโต ความเหี่ยวย่นของผิว ฯลฯ

ยังเป็นโชคดีของมนุษย์ที่อาหารในธรรมชาติ เช่น พืช ผักผลไม้ ที่เรารับประทานกันอยู่ในปัจจุบันมี “พฤกษเคมี” ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนติออกซิแดนท์ เช่น พวกวิตามิน เกลือแร่ สารเฟลโวนอยด์ ฯลฯ ที่ร่างกายต้องการ แม้ในปริมาณไม่มากนัก แต่มีความจำเป็นต่อการทำงานของเอนไซม์ต่างๆ ที่ควบคุมการทำงานของเซลล์ในร่างกาย ซึ่งได้แก่ กลุ่มวิตามิน เช่น วิตามินเอ ซี อี ซีลีเนียม สารมีแดง คาร์โรตินอยด์ ในพืชพักผลไม้ เช่น แครอท มะละกอ ฯลฯ

และแหล่งใหญ่ที่มีสร้างต้านอนุมูลอิสระมากอีกแหล่งหนึ่ง ก็คือ สารกลุ่มเฟลโวนอยด์ที่พบมากในเมล็ดและเปลือกขององุ่น มีสารเฟลโวนอยด์(Flavonoid) ที่เรียกว่า “โปรแอนโธไซยานิดิน” สารนี้เมื่อรวมตัวกันจะอยู่ในรูปของ “โอริโกเมริค โปรแอนโธไซยานิดิน” (Oligomeric proanthocyyanidin) หรือเรียกย่อๆ ว่า OPC มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีและมากกว่าวิตามินอีถึง 20 และ 50 เท่าตามลำดับ

บางทีเรียกกันว่า “ซูเปอร์แอนติออกซิแดนท์” (Superantioxidant)

สารสกัดเมล็ดองุ่น หรือ OPC นี้ยังพบในเปลือกต้นมะนาว ถั่วลิสง เชอรี่ เปลือกส้ม เปลือกและเมล็ดองุ่น (สีแดงจะมีมากกว่า) ในประเทศทางยุโรป เช่น ฝรั่งเศสจะใช้สารสกัด OPC จากเมล็ดองุ่นและเปลือกต้นสนที่อุดมด้วยวิตามินซีมาใช้เป็นยารักษาโรค และในสหรัฐอเมริกา สารสกัดจากเมล็ดองุ่นก็ติดอันดับ 1 ใน 10 ยาสมุนไพรที่ขายดีที่สุด

จากการวิจัยของ นพ.คล๊าก แฮนเซน พบว่า สารสกัดจากเมล็ดองุ่นมีฤทธิ์ลดอนุมูลอิสระได้มากกว่าวิตามินซีและอี นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างเสริมสารคอลลาเจนในผิวหนัง ทำให้ผิวหนังแข็งแรงและยังลดการทำงานของเอนไซม์ที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย และในระยะหลังๆ ตั้งแต่ปี 1980 พบว่า มีการใช้สารกลุ่มไบโอเฟลโวนอยด์ที่เป็นสารสกัดเมล็ดองุ่นในการรักษาความผิดปกติของหลอดเลือดและเส้นเลือดฝอย เส้นเลือดฝอยเปราะ และใช้รักษาเบาหวานขึ้นตาและจอประสาทตาเสื่อม นอกจากนี้ คุณสมบัติในการเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ยังอาจช่วยป้องกันโรคหัวใจและโรคมะเร็ง โรคข้ออักเสบ ลดภูมแพ้จากยาต้านไวรัส ยาต้านมะเร็ง และเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย

การเลือกใช้สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ต้องดูปริมาณของสารออกฤทธิ์ เพื่อให้ได้ผลคุ้มค่า คือ ควรมีปริมาณสาร OPC สูงประมาณ 92-95% ขนาดที่ใช้ในการรักษาสุขภาพ คือ วันละ 50-100 มิลลิกรัม แต่ในกรณีที่ใช้บำบัดโรค ต้องใช้ขนาดสูงถึงวันละ 150-300 มิลลิกรัม

ตามปกติร่างกายของเราจะมีการเสื่อมอยู่ตลอดเวลา แต่การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น พืชผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เสริมด้วยการออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ครั้งละประมาณ 30 นาที โดยเลือกชนิดตามความเหมาะสมกับสภาพร่างกายของคุณ เช่น เดินเร็ว แอโรบิก ฯลฯ และหลีกเหลี่ยงสารพิษ เช่น ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ อยู่ในที่มีอากาศบริสุทธิ์ ทำให้จิตใจผ่องใส ไม่เครียด ไม่อิจฉาริษยา ฯลฯ ก็เป็นหนทางในการหลีกเลี่ยงจากอนุมูลอิสระที่ทำให้ท่านแก่ก่อนวัยอันควรได้ ซึ่งการออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนอย่างเพียงพอ ร่างกายคุณจะสามารถสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนติออกซิแดนท์ได้

แต่ถ้าคุณเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะแก่เร็ว เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ทานอาหารหวาน และไขมันสูง ทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย อยู่ที่แออัด ขาดสุขลักษณะ มีมลภาวะของอากาศสูง ผู้สูงอายุที่มีโรคแทรกซ้อน เช่น โรคเบาหวาน ความดัน หัวใจ มีระบบการย่อยอาหารไม่ดี ฯลฯ ท่านก็ควรพยายามลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ข้างต้นโดยการเสริมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นพืชผักผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซี อี เอ ซีลีเนียม เช่น ส้ม มะเขือเทศ แครอท มะนาว กะหล่ำปลี บร็อกโคลี่ นม ไข่ ถั่วเมล็ดแห้ง ฯลน ก็จะเป็นการดีที่สุด เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ใครๆ มาว่าให้ท่านช้ำใจว่า “แก่เกินวัย” หรือถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องใช้สารสกัดจากเมล็ดองุ่นก็ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนการตัดสินใจ เพื่อผลคุ้มค่าที่ท่านควรจะได้รับ



นอกจากนี้แล้ว สารสกัดจากเมล็ดองุ่นกับวิตามินซี ยังมีงานวิจัยว่า อาจเพิ่มความดันได้เล็กน้อย จึงสามารถทานได้ในรายที่มีความดันต่ำอีกด้วย แต่ก็ไม่มากและไม่แน่นอนนัก ดังนั้นโรคความดันต่ำรักษาได้อีกวิธีง่ายๆ คือการออกกำลังกาย นั่นเอง
วันเวลา : 2017-06-19 10:34:58 ไอพี : 122.155.45.190

ความคิดเห็นที่ 3 จาก : Webmaster
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสารสกัดจากเมล็ดองุ่น

ประโยชน์ 1. ลดการสะสมของโคเลสเตอรอลในผนังเส้นเลือดทำให้เส้นเลือดไม่ตีบตัน ลดการอุดตันของเส้นเลือด 2. มีผลต่อกล้ามเนื้อหัวใจ โดยทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง และทนทานต่อภาวการณ์ขาดเลือดและลดการเต้นผิดจังหวะ มีผลทำให้ลดอัตราการตายจากโรคหัวใจ 3. มีผลยับยั้งเซลล์มะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านมในคน 4. สามารถป้องกันเซลล์มะเร็งในช่องปาก จมูก หลอดอาหาร ในกลุ่มประชากรที่เคี้ยวใบชาซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งชนิดนี้

การรับประทานผักและผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามิน ซี และวิตามิน อี สูง สามารถที่จะลดอุบัติการณ์การเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งปอด และยังลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจขาดเลือด ทั้งหมดนี้มีงานวิจัยสนับสนุนในประชากรนับหมื่นคน กล่าวโดยสรุปแล้ว สารต้านอนุมูลอิสระมีผลต่อร่างกาย เป็นสารธรรมชาติที่ช่วยชะลอการแก่และลดมะเร็งต่างๆ และลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจขาดเลือดได้จริง มีมากในผักและผลไม้หลายชนิด ซึ่งอาจจะหารับประทานได้ไม่ยาก

สารสกัดจากเมล็ดองุ่นเป็นสารประเภทไบโอฟลาโวนอยด์ มีสารที่สำคัญหลายตัวเป็นกลุ่มของโปรแอนโทรไซยานิดิน (Proanthocyanidin) หรือมีอีกชื่อว่า พีซีโอ (PCO : Procyanidolic Oligemars) มีประสิทธิภาพต้านอนุมูลอิสระ สารพีซีโอตัวนี้มีมากที่สุดในเมล็ดองุ่น บลูเบอรี่ เชอรี่ พลัม ถั่ว และผักบางชนิด

เอกสารอ้างอิง

1. Grape seed proanthocyanidins improved cardiac recovery during reperfusion after ischemia in isolated rat hearts.

Am J Clin Nutr 2002 May;75 (5) :894-9.

2. Proanthocyanidin-rich extract from grape seeds attenuates the development of aortic atherosclerosis in cholesterol-fed robbits.

Atherosclerosis 1999;142 (1):139-49

3 Grape seed proanthocyanidins improved cardiac recovery during reperfusion after ischemia in isolated rat hearts.

Am J Clin Nutr 2002 May;75 (5) :894-9.

4. Free radicals and grape seed proanthocyanidin extract: Importance in human health and disease prevention.

Toxicology 2000 Aug 7;148 (2-3) :187-97

5. Anticarcinogenic effect of a polyphenolic fraction isolated from grape seeds in human prostate carcinoma DU145 cells: modulation of

mitogenic signaling and cell-cycle regulators and induction of G1 arrest and apoptosis. Mol Carcinog 2000 Jul;28(3):129-38

6. A polyphenolic fraction from grape seeds causes irreversible growth inhibition of breast carcinoma MDA-MB468 cells by inhibiting

mitogenactivated protein kinases activation and inducing G1 arrest and differentiation. Clin Cancer Res 2000 Jul;6(7):2921-30

7. Protective effects of antioxidants against smokeless tobacco-induced oxidative tress and modulation of Bcl-2 and p53 genes in human oral

Keratinocytes. Free Radic Res 2001 Aug;35(2):181-94

8. Relationship between the intake of high-fiber foods and energy and the risk of cancer of the large bowel and breast.

Eur J Cancer Prev 1998;7 Suppl 2:S11-7:S11-7

9. Protective effect of fruits and vegetables on stomach cancer in a cohort of Swedish twins. Int J Cancer 1998;76(1):35-7.

10. Dietary factors and risk of lung cancer in never-smokers. Int J Cancer 1998;78(4):430-6

11. Vegetableand fruit intake and the risk of lung cancer in women in Barcelona, Spain. Eur J Cancer 1997;33(8):1256-61.

12. Intake of vitamins E, C, and A and risk of lung cancer. The NGANES I epidemiologic follow-up study. First National Health and Nutrition

Examination Survey. Am J Epidemiol 1997;146(3):231-43

13. Dletary carotenoids and vitamins A, C, and E and risk of breast cancer. J Natl Cancer Inst 1999;91(6):547-56.

14. Vegetable and fruit consumption and prostate cancer risk: a cohort study in The Netheriands. Cancer Epidemiol Biomarkers Prev

1998;7(8) :673-80

15. Fruit and vegetable intake and incidence of bladder cancer in a male prospective cohort. J Natl Cancer Inst 1999;91(7):605-13.

16. Dietary antioxidants and risk of myocardial infarction in the elderly; the Rotterdam Study. Am J Clin Nutr 1999;69(2):261-6.
วันเวลา : 2017-07-03 21:34:42 ไอพี : 180.183.156.19

ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาโทร. 081-862-6168 ระหว่างเวลา 08.00-22.00น.

กรุณาเก็บเว็บไซต์นี้เอาไว้ที่ Add to favorite หรือ Bookmark

กรุณาบอกต่อเพื่อนของท่านด้วย คลิกที่ + เพื่อดูสื่อออนไลน์ทั้งหมดครับ